การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัย

รูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการวิจัย
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการใช้กระบวนการวิจัยในการแสวงหาความรู้
๒. เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขโดยเน้นกระบวนการวิจัย
๓. เพื่อให้นักเรียนเป็นผู้มีเหตุผล สามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ
๔. เพื่อให้นักเรียนเกิดความมั่นใจในการศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้
การนำหลักสูตรสู่การจัดการเรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการวิจัย
๑. พิจารณาหลักสูตรเพื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้
– วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดในหลักสูตร
– จัดกลุ่ม/ เลือกตัวชี้วัดที่สามารถจัดทำหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการวิจัย
– กำหนดหน่วยการเรียนรู้ ชื่อหน่วย / เวลา
๒. ออกแบบการจัดการเรียนการสอน
– ออกแบบการจัดการเรียนการสอน โดยวิเคราะห์วิธีการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม
ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ และทักษะ เจตคติตามมาตรฐานและตัวชี้วัด
การจัดการเรียนการสอน โดยเน้นกระบวนการวิจัย
๑. ตั้งคำถาม (Question) เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิดประเด็นที่ต้องการเรียนรู้ โดยใช้คำถาม เช่นทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะอะไร ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วจะเป็นอย่างไรเป็นต้น นักเรียนร่วมกันระดมสมองร่วมกันคิดประเด็นที่ตนสนใจว่าทำไมจึงต้องการค้นหาข้อมูลประเด็นนั้น พร้อมให้เหตุผลในการค้นคว้า
๒. เตรียมการค้นหาคำตอบ (Plan) โดยการประสานงาน ติดต่อแหล่งข้อมูล วิธีการไปเก็บข้อมูล วิธีการเก็บข้อมูล ระยะเวลาในการหา การออกแบบเครื่องมืออุปกรณ์ การบันทึก/การเก็บข้อมูล การกำหนดบทบาทหน้าที่ของกลุ่ม
๓. ดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ (Action, Observation & Reflection) นักเรียนดำเนินการตามแผนที่วางไว้ และรายงานผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ ตามปฏิทินการนัดหมายที่ครูกำหนดพร้อมเสนอปัญหา อุปสรรค ตลอดจนวิธีการแก้ปัญหา
๔. สรุปและนำเสนอผลการค้นหาคำตอบ (Conclusion &Presentation) นักเรียนสรุปข้อค้นพบ โดยเริ่มเสนอประเด็นที่ต้องการค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติม การวางแผน การดำเนินงานตามแผน การตรวจสอบจนถึงได้
ข้อค้นพบและจัดทำเป็นเอกสารสรุป อาจเป็นแผนภูมิ แผ่นพับ เอกสารเล่มเล็ก Power point บทบาทสมมุติ ฯลฯ นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน และนำผลงานจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเมินผลงานของตนเอง/เพื่อน เพื่อนำข้อบกพร่องไปพัฒนาต่อไป ผลการดำเนินการ ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ในการแสวงหาความรู้ จนเกิดเป็นกิจนิสัย หรือเป็นวัฒนธรรม
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 มหัตภัยร้ายใกล้ตัว
รหัสวิชา อ 31201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ ๑
เวลา 12 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยการเรียน
ผู้สอน นางสาวิตรี ทัดพินิจ โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
1 เป้าหมายการเรียนรู้

คำถามรวบยอด
What dangers from personal item do teenagers face today?
1.1 ความเข้าใจที่คงทน
Teenagers should avoid dangers of their personal items.
1.2 ผลการเรียนรู้
1. อ่านข้อความ บทความ ข่าว แล้วบอกลายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงคิดเห็นได้
2. เขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยาย อธิบาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ ประสบการณ์ ข่าว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมีเหตุผล
3. ค้นคว้า สืบค้น บันทึก สรุปและนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆได้อย่างสร้างสรรค์

1.3 ความคิดรวบยอด
อ่าน ค้นคว้า แสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอันตรายใกล้ตัว แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น แล้วเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลทั้งในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์

1.4. สาระการเรียนรู้
3.1 Language Features and Functions
– Present Simple Tense: Subject + Verb 1 + (object)
– WH-Question: What/Where/When/Why…..
– Scanning/Skimming
– Previewing
– Predicting
– Making inference
– Getting topic/Main idea
– Vocabulary
– Words and expression relating to life quality
3.2 Language Skills
– Reading = อ่านข้อความ
– Writing = เขียนเรียงความ โปสเตอร์ หรือ website
1.5. ทักษะการคิด/สมรรถนะ
4.1 ทักษะการให้คำจำกัดความ – อธิบายความหมายของคำศัพท์จากเรื่องที่อ่าน
4.2. ทักษะการวิเคราะห์= วิเคราะห์และสรุปความจากเรื่องที่อ่าน
4.3. ทักษะการสร้างความรู้= เชื่อมโยงความรู้ใหม่เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายใกล้ตัวและวิธีการทำให้คุณภาพชีวิตดี
4.4 ทักษะการรวบรวมข้อมูล = รวบรวมข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหา
4.5 ทักษะการนำความรู้ไปใช้ = นำคำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยค ความรู้ทีได้จากการอ่านและการศึกษาค้นคว้ามาใช้ในการนำเสนอเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ในรูปโครงงานได้อย่างสร้างสรรค์
4.6 กระบวนการวิจัย = ใช้ขั้นตอนเพื่อหาคำตอบของปัญหาเป็นผลให้พบองค์ความรู้ใหม่ที่ใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

1.6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
5.1 อยู่อย่างพอเพียง
5.2 มีวิจารณญาณในการใช้ชีวิต
5.3 ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
5.4 มุ่งมั่นในการทำงาน

2. หลักฐานการเรียนรู้
2.1 ชิ้นงาน/ภาระงาน
งานเดี่ยว
แบบฝึกหัด
Mind map
Exercise
แบบทดสอบ
งานกลุ่ม
Presentation
Project work
2.2 การวัดและประเมินผล
2.2.1 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ตรวจแบบฝึกหัด
2) ประเมินการมีส่วนร่วมในกิจกรรม
3) ประเมินการตอบคำถาม
2.2.2 การวัดและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1) ประเมินการนำเสนอ
2) ประเมินโครงงาน
3) ประเมินการทำงานกลุ่ม
4) ประเมินตนเอง
5) ประเมินการจัดการเรียนการสอน
6) ทำแบบทดสอบ

แบบการประเมินตนเองของผู้เรียน
(Progress Update)
คำชี้แจง: ใส่เครื่องหมาย  ลงในช่องตามระดับความสามารถที่นักเรียนคิดว่าตัวเองมี หลังจากที่ได้เรียนรู้ จนจบหน่วยการเรียนรู้ที่ ……..
รายการประเมิน ระดับความสามารถ
4 3 2 1
• Vocabulary & Grammar
• Communication
• Listening
• Speaking
• Reading
• Writing

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้
หน่วยการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ……………………………………………………….. จำนวน ……………… ชั่วโมง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ชั่วโมงที่………. วัน……………เดือน………………….ปี…………..
ที่ ชื่อ – นามสกุล ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมและชิ้นงาน หมายเหตุ
การมีส่วนร่วมในกิจกรรม การสนทนาโต้ตอบ การใฝ่เรียนรู้ ความมุ่งมั่นในการทำงาน การทำแบบฝึกหัด การทำแบบทดสอบหลังเรียน
10 20 15 15 40 100

แบบประเมินผลโครงงานภาษาอังกฤษ
ชื่อโครงงาน…………………………………………………….ประเภท…………………………………………………
ชื่อผู้ทำโครงงาน-กลุ่ม……………………………………………………………………ชั้น……………………..
คำชี้แจง ขีดเครื่องหมาย / ในแต่ละรายการประเมินที่นักเรียนปฏิบัติได้ให้ตรงกับระดับเกณฑ์คุณภาพลงในช่องผลการประเมิน
รายการประเมิน ผลการประเมิน
3 2 1
ก.เนื้อหาของโครงงาน
1. มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ทำ
2. หัวข้อโครงงานมีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในการศึกษา
3. โครงงานแสดงให้เห็นถึงการมีแนวคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่
4. ความสอดคล้องของชื่อโครงงานกับวัตถุประสงค์
ข.กระบวนการทำงาน
1. ออกแบบการทำงานได้สอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง
2. ค้นหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ ตามที่ระบุ
3. เลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมือได้เหมาะสม
4. ใช้วิธีการตามกระบวนการทางภาษาถูกต้อง
5. รวบรวมข้อมูลได้ถูกต้อง ตรงกับจุดประสงค์
6. บันทึกข้อมูลการทำโครงงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ค.การนำเสนอโครงงาน
1. จัดเก็บข้อมูลและนำเสนอได้อย่างเหมาะสม
2. สรุปผลได้สอดคล้องกับเนื้อหา
3. รูปแบบของการเขียนรายงานถูกต้อง
4. การใช้ภาษา คำศัพท์และการสะกดคำในการสื่อสารได้เหมาะสม
5. ออกแบบและจัดแสดงผลงานได้ชัดเจน น่าสนใจ

ลงชื่อ………………………………………ผู้ประเมิน
………………/……………………/…………….

เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน
ประเด็นที่ประเมิน คะแนน
3 2 1
1. เนื้อหาของโครงงาน
มีความรู้ความเข้าใจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และแปลกใหม่หัวข้อของโครงงานเหมาะสม สอดคล้องกับชื่อเรื่องและจุดประสงค์ของงาน มีความรู้ความเข้าใจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หัวข้อของโครงงานเหมาะสม แต่ไม่สอดคล้องกับชื่อเรื่องและจุดประสงค์ของงาน
มีความรู้ความเข้าใจ หัวข้อของโครงงานไม่สอดคล้องและไม่เหมาะสม กับชื่อเรื่องและจุดประสงค์ของงาน

2.กระบวนการทำงาน ออกแบบการทำงานได้สอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง มีการค้นคว้า รวบรวมบันทึกข้อมูลการทำงานอย่างต่อเนื่อง ถูกต้องตามกระบวนการทางภาษา และเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือได้เหมาะสมกับงาน ออกแบบการทำงานได้สอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง มีการค้นคว้า รวบรวม บันทึกข้อมูลการทำงาน ไม่ชัดเจนและไม่ถูกต้องตามกระบวนการทางภาษา และเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือได้เหมาะสมกับงานเป็นบางครั้ง ออกแบบการทำงานไม่สอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง มีการค้นคว้า รวบรวม ขาดการบันทึกข้อมูลการทำงาน ขาดความชัดเจนและไม่ถูกต้องตามกระบวนการทางภาษา และเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือไม่เหมาะสมกับงาน
3. การนำเสนอโครงงาน จัดเก็บข้อมูลและนำเสนอผลงานและใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสมชัดเจน สามารถสรุปความได้สอดคล้องกับเนื้อหา
ตรงตามรูปแบบการเขียนรายงานอย่างสมบูรณ์ และออกแบบการจัดแสดง
ผลงานได้ชัดเจน น่าสนใจ จัดเก็บข้อมูลและนำเสนอผลงานได้แต่ขาดทักษะการใช้ภาษา สรุปความได้สอดคล้องกับเนื้อหาในบางส่วน ขาดทักษะการเขียนรายงาน และจัดแสดงผลงานได้น่าสนใจเป็นบางส่วน ไม่จัดเก็บข้อมูล ขาดความชัดเจน ขาดทักษะการใช้ภาษา ไม่สามารถสรุปความให้สอดคล้องกับเนื้อหา รูปแบบการเขียนรายงานไม่สมบูรณ์ และจัดแสดงผลงานไม่เหมาะสม ไม่น่าสนใจ

หมายเหตุ
ระดับ 3 หมายถึง ดีมาก (45-31 คะแนน)
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ (30-15 คะแนน)
ระดับ 1 หมายถึง ผ่าน (14-0 คะแนน)

แบบประเมินการนำเสนองานด้วยโปรแกรมเพาเวอร์พอยด์
กลุ่มที่นำเสนอ …………… เรื่อง ………………………………………………………………….
การดึงดูดความสนใจ
สะดุดตา ดึงดูดความสนใจ 5 4 3 2 1 ไม่สะดุดตา ไม่ดึงดูดความสนใจ
เทคนิคในการสร้างงานนำเสนอ
แปลกใหม่ แตกต่าง 5 4 3 2 1 ไม่แปลกใหม่ ไม่แตกต่าง
การใช้ภาษาและลีลา น้ำเสียง
ถูกต้อง ชัดเจน น่าฟัง 5 4 3 2 1 ไม่ถูกต้อง เสียงเบาเกินไป
การตอบคำถามและการแก้ปัญหา
อธิบายได้ชัดเจน ตรงประเด็น 5 4 3 2 1 อธิบายไม่ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น
การเชิญชวนให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม
มีการเชิญชวน ผู้ฟังให้ความสนใจ 5 4 3 2 1 ไม่มีการเชิญชวน ผู้ฟังไม่สนใจ
ผลโดยรวม
ยอดเยี่ยม 5 4 3 2 1 ควรปรับปรุง

คะแนนรวม ……………. กลุ่มผู้ประเมิน …………………………
ลงชื่อสมาชิกในกลุ่มรับรอง 1.………………………… 2.………………………… 3. …………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………

วิธีการประเมินผลการนำเสนอ 6 แบบ โดยให้เราดูการนำเสนอและประเมินใน 6 ฐานะ
6 Hats
1. หมวกขาว ผู้ที่ไม่มีอคติใดๆ จะคอยถาม What Who When Where How??
2. หมวกฟ้า คือผู้ที่คอยตรวจเรื่องต่างๆที่นำเสนอ ว่าอยู่ในหัวข้อ ถูกต้องหรือไม่
3. หมวกดำ คือผู้ที่คอยมองจุดบอดของการนำเสนอ คอยหาที่ติ
4. หมวกเขียว ผู้ที่เสนอแนะ Solution ขอจุดบอดต่างๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่ดีขึ้น
5. หมวกเหลือง คิดบวก เชียร์และสนับสนุน
6. หมวกแดง ผู้ที่คอยตัดสิน ผ่าน หรือไม่ผ่าน

แบบประเมินการนำเสนอ/อภิปรายหน้าห้อง
หน่วยการเรียนรู้ที่ ………………..
เรื่อง ………………………………………………………………………
สมาชิกกลุ่ม
1………………………………………………………………………..
2.………………………………………………………………………..
3. ………………………………………………………………………..
4. ………………………………………………………………………..
 ประเมินตนเอง
รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม
5 4 3 2 1
1. มีการวางแผนการทำงาน
2. มีความพร้อมในการนำเสนอ
3. ความน่าสนใจในการนำเสนอ
4. มีความคิดสร้างสรรค์
5. ประโยชน์-ความถูกต้องของงานนำเสนอ
 เพื่อนประเมิน
รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม
5 4 3 2 1
1. มีการวางแผนการทำงาน
2. มีความพร้อมในการนำเสนอ
3. ความน่าสนใจในการนำเสนอ
4. มีความคิดสร้างสรรค์
5. ประโยชน์-ความถูกต้องของงานนำเสนอ
 ครูประเมิน
รายการประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ รวม
5 4 3 2 1
1. มีการวางแผนการทำงาน
2. มีความพร้อมในการนำเสนอ
3. ความน่าสนใจในการนำเสนอ
4. มีความคิดสร้างสรรค์
5. ประโยชน์-ความถูกต้องของงานนำเสนอ

เกณฑ์การประเมิน
5 4 3 2 1
ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ต้องปรับปรุง

3. กิจกรรมการเรียนรู้
Concept 1 อาหารยอดนิยม (เวลา 2 ชั่วโมง)
1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
2. แบ่งกลุ่มนักเรียน
3. ตรวจสอบพื้นฐานความรู้
4. Brainstorming
5. เดาความหมายคำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยคจากบทอ่าน
6. อ่านเรื่องตอบคำถาม
7. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
8. นำเสนอปัญหา
9. นำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหา
10.นำเสนอผลงาน
11. สรุปกิจกรรมการเรียนรู้

Concept 2 สวยประหาร (เวลา 2 ชั่วโมง)

1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
2. แบ่งกลุ่มนักเรียน
3. ตรวจสอบพื้นฐานความรู้
4. Brainstorming
5. เดาความหมายคำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยคจากบทอ่าน
6. อ่านเรื่องตอบคำถาม
7. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
8. นำเสนอปัญหา
9. นำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหา
10.นำเสนอผลงาน
11. สรุปกิจกรรมการเรียนรู้

Concept 3 แบบบางหรือเปราะบาง (เวลา 2 ชั่วโมง)

1. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
2. แบ่งกลุ่มนักเรียน
3. ตรวจสอบพื้นฐานความรู้
4. Brainstorming
5. เดาความหมายคำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยคจากบทอ่าน
6. อ่านเรื่องตอบคำถาม
7. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
8. นำเสนอปัญหา
9. นำเสนอวิธีการในการแก้ปัญหา
10.นำเสนอผลงาน
11. สรุปกิจกรรมการเรียนรู้
12. ทำแบบทดสอบ
13. จัดทำโครงงาน

4. สื่อประกอบการเรียนรู้
1. รูปภาพ/ข่าว
2. ใบความรู้/ใบงาน
3. ห้องสมุด
4. ห้องคอมพิวเตอร์/Internet
5. นิตยสาร/วารสาร/แผ่นพับ
6. แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น
7. ภูมิปัญญาชาวบ้าน

แบบประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้……………………………………
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ……………………………
คำชี้แจง ให้ท่านพิจารณาความสอดคล้อง ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ความชัดเจน ความถูกต้องเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ตรงกับระดับความคิดเห็นของท่าน โดย
ให้คะแนน +๑ เห็นว่าสอดคล้อง
ให้คะแนน ๐ ไม่แน่ใจ
ให้คะแนน – ๑ เห็นว่าไม่สอดคล้อง

รายการประเมิน ผลการประเมิน
+๑ ๐ -๑
สาระสำคัญ
๑. สอดคล้องกับสาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
๒. สอดคล้องกับเนื้อหา
๓. มีความชัดเจน เข้าใจง่าย
สาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
๔. สอดคล้องกับเนื้อหา
๕. มีความชัดเจน เข้าใจง่าย
๖. ระบุพฤติกรรมที่ต้องการวัดได้อย่างชัดเจน
สาระการเรียนรู้
๗. มีความยากง่ายเหมาะสมกับช่วงชั้น
๘. ส่งเสริมให้นักเรียนใช้ทักษะกระบวนการคิด
๙. น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
๑๐. มีความถูกต้องและทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์
การนำเสนอกิจกรรมการเรียนการสอน
๑๑. สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
๑๒. สอดคล้องและเหมาะสมกับเนื้อหา
๑๓. เร้าความสนใจของนักเรียน
๑๔. กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นไปตามลำดับขั้นตอน

รายการประเมิน ผลการประเมิน
+๑ ๐ -๑
๑๕. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม
๑๖. กิจกรรมการเรียนการสอนยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
๑๗. กิจกรรมการฝึกปฏิบัติจริง
สื่อการเรียนรู้
๑๘. สอดคล้องกับเนื้อหาทันสมัยและมีคุณภาพ
๑๙. สื่อความหมายได้ชัดเจน
๒๐. ส่งเสริมให้ผู้เรียน พัฒนาความคิดอย่างสร้างสรรค์
การวัดและประเมินผล
๒๑. สอดคล้องกับสาระ/มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
๒๒. วัดผลได้ครอบคลุมด้านเนื้อหา
๒๓. ครอบคลุมด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ
๒๔. แบบทดสอบมีจำนวนพอเหมาะ

ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ ผู้ประเมิน (………………………………………………)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
เรื่อง อาหารยอดนิยม เวลา 4 ชั่วโมง
รายวิชา อ 31201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ชั้น ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
นางสาวิตรี ทัดพินิจ ครู ค.ศ. 3 โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อ. กระนวน จ. ขอนแก่น ผู้สอน
1.สาระสำคัญ:
อ่าน ค้นคว้า แสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาหารประเภท Junk Food แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น แล้วเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลทั้งในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์ต้องรู้จักใช้คำ ประโยค ข้อความและรูปแบบในการนำเสนอให้ถูกต้องเหมาะสม

2. ผลการเรียนรู้
1. อ่านข้อความ บทความ ข่าว แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นได้
2. เขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยาย อธิบาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ ประสบการณ์ ข่าว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมีเหตุผล
3. ค้นคว้า สืบค้น บันทึก สรุปและนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆได้อย่างสร้างสรรค์
2.1 จุดประสงค์ปลายทาง : นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถตีความ วิเคราะห์ บทอ่านเกี่ยวกับ
Junk Food บอกผลเสียของการบริโภค และสามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลดปริมาณการบริโภคอาหารประเภท Junk Food และนำเสนออาหารท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้

2.2 จุดประสงค์นำทาง :
2.2.1 ระบุใจความสำคัญ และรายละเอียดของเรื่อง Junk Food ได้ถูกต้อง
2.2.3 บอกและอธิบายผลเสียของการบริโภคอาหารประเภท Junk Food ได้
2.2.4 วิธีการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าอย่างพอเพียง
3. สาระการเรียนรู้:
3.1 บทอ่าน เรื่อง Junk Food
3.2 ศัพท์ สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น Junk food, nutritional value, nutrition, carbonated beverages, minerals, ingredients, fiber, calories, serving, equivalent, cereal, eliminate
3.3 ผลเสียของการบริโภคอาหารประเภท Junk Food
3.4 วิธีการเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณค่าอย่างพอเพียง
การบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ครบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
ความพอประมาณ : รู้จักรับประทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างพอประมาณ ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป
ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย แต่ได้ช่วยครอบครัวในการบริหารรายได้อย่างสมดุล
ความมีเหตุผล : รู้จักตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดย
มองเห็นคุณค่าของอาหารที่บริโภค เหมาะสมกับวัย ปลอดภัย และประหยัด
มีภูมิคุ้มกันที่ดี : มีการวางแผนการบริโภคอาหารอย่างเหมาะสม รู้จักเตรียมอาหาร เลือก
อาหาร รับประทาน มีร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากสารพิษ เกิดการประหยัดและการออม
ความรู้ : มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับอาหาร Junk food ผลเสียของการบริโภค Junk food
ต่อสุขภาพ อาหารท้องถิ่น และการบริโภคที่ดี
คุณธรรม : มีสติ วิเคราะห์ หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ไร้ประโยชน์ ความรัก ความ
สามัคคี ในครอบครัว ความมีวินัยในการบริโภค ความรับผิดชอบ การประหยัดและออม เห็นคุณค่าและอนุรักษ์อาหารท้องถิ่น

4. การวัดผล /ประเมินผล
4.1 วิธีวัดผล
4.1.1 ตรวจใบงาน
4.1.2 ประเมินการนำเสนอผลเสียของการบริโภคอาหารประเภท Junk Food และวิธีการเลือก
บริโภคอาหารที่มีคุณค่าอย่างพอเพียง
4.1.3 ทดสอบ
4.2 เครื่องมือวัดผล
4.2.1 ใบงาน
4.2.2 แบบประเมินการนำเสนอโดยใช้ power point
4.2.3 แบบทดสอบ

4.3 เกณฑ์การวัด/ประเมินผล
4.3.1 ใบงานที่ 1-2
4.3.2 นำเสนออาหารผลเสียของการบริโภคอาหารประเภท Junk Food และวิธีการเลือกบริโภค
อาหารที่มีคุณค่าอย่างพอเพียง ได้ในระดับ 4 ขึ้นไป

5. กิจกรรมการเรียนรู้
การตั้งคำถาม
5.1 ครูทักทายและทบทวนเกี่ยวกับหลักการอ่านเพื่อความเข้าใจที่เรียนมาแล้ว
5.2 นักเรียนสำรวจบทอ่านแล้วตอบคำถามต่อไปนี้
– What will you read about?
– Who wrote it?
– Can you do like the woman in the picture?
– What will you read about ?
– Why is it important in your age?
5.3 นักเรียนทำแบบฝึก A ร่วมกันเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ โดยครูคอยเฉลยเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์ในบทอ่านที่นักเรียนยังไม่รู้
5.4 ครูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคที่สำคัญที่ช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทอ่านได้ดียิ่งขึ้น
5.5 นักเรียนและครูอ่านบทอ่านร่วมกันโดยใช้ คำถามในแบบฝึกหัด B และแผนที่ความคิดในการสรุปใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า
5.6 นักเรียนและครูร่วมกันรวบรวมสิ่งที่นักเรียนได้จากบทอ่าน และตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Junk food แล้วเลือกคำถามที่น่าสนใจที่สุดมาทำวิจัย
ขั้นเตรียมการค้นหาคำตอบ
5.7 นักเรียนกลุ่มเดิม ประชุมวางแผนหาแหล่งเรียนรู้เพื่อหาคำตอบ แล้วอภิปรายร่วมกับกลุ่มใหญ่
5.8 นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปวิธีการในการค้นหาคำตอบของกลุ่มตนเองลงในใบงาน “แหล่งค้นหาเรียนรู้”
5.9 แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนในการนำเสนอเกี่ยวกับ สิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Junk food โดยกำหนดเป้าหมายของงาน มอบหมายงาน กำหนดรูปแบบการนำเสนอ เน้นการประหยัด มีคุณค่า ส่งเสริมวินัยในการบริโภคที่ถูกต้อง มีเหตุผล และนำมาใช้ในชีวิตของนักเรียนได้จริงพร้อมจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานลงในใบงาน “เราจะทำอย่างไร” นำเสนอต่อกลุ่มใหญ่และครูเพื่อให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม

ขั้นดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ
5.10 หัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มรายงานความก้าวหน้าต่อครูเป็นระยะ ๆ ปฏิทินปฏิบัติงานนอกเวลาตามที่กำหนดในปฏิทิน
ขั้นสรุปและนำเสนอการศึกษา
5.11 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อค้นพบของกลุ่มตนเองให้กลุ่มใหญ่ และครูวิพากษ์วิจารณ์ แล้วแต่ละกลุ่มนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง
5.11 แต่ละกลุ่มจัดทำผลงานนำเสนอข้อค้นพบของตนเองแล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียนเพี่อให้เพื่อนและครูช่วยกันประเมิน
5.12 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมจากการเรียนรู้ทุกกิจกรรมเรียงตามลำดับ ให้เชื่อมโยงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy:

5. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
5.1 Sheet 1 : Junk Food
5.2 Worksheet 1 : Junk Food
5.3 Worksheet 2 : Discussion and Presentation
5.4 แหล่งเรียนรู้ : ห้องสมุดโรงเรียน, ชุมชน, ผู้ปกครองนักเรียน

Eng 31201 Reading-Writing M.4
Taught by Mrs. Sawitree Tadpinij (Adapted from Mrs Supawan Kaewkamsaen)

Q: I’m hearing a lot about junk food lately. No one has given a definition of
what foods are junk. Can you give me a list of junk foods?
A: Junk food is a slang word for foods with limited nutritional value. Every person has their own list of foods that they call junk foods. I would include foods that are high in salt, sugar, fat or calories and low nutrient content. Salted snack foods, candy, gum, most sweet desserts, fried fast food and carbonated beverages are some of the major junk foods. Generally, they offer little in terms of protein, vitamins or minerals and lots of calories from sugar or fat. The term “empty calories” reflects the lack of nutrients. Rather than taking a radical approach and banning all but the simplest foods, judge each food based on the list of ingredients and Nutrition Facts label found on packages. When reading the list of ingredients, look for sugar, fat or salt as one of the first three ingredients. If any of these are listed that high in the ingredients, you can probably consider that food to be too high in sugar, fat or salt.

A look at the nutritional information on the label will list the number of calories per serving, grams of fat, sodium, cholesterol, fiber and sugar content. This nutritional information will make you more knowledgeable in selecting foods to reduce your nutritional health risk.

Calorie content of 300 calories per serving or less is considered to be all right, except whole meals unless you are following a weight loss diet. Be cautious though as to how large a serving size is. If 4 ounces of yogurt is a serving size and you eat an eight-ounce container, you have doubled the calorie content. Sometimes, the package serving size is not how little you serve yourself!
Source : http://www.dietitian.com/junkfood/html

page 2

Eng 31201 Reading-Writing M.4 Taught by Mrs. Sawitree Tadpinij

Now look at the number of grams of fat. For every five grams of fat in a serving of a food, you are eating the equivalent of one teaspoon of fat. So, if one serving of a food has 23 grams of fat in it, that serving has the equivalent of four and one-half teaspoons of fat. You should limit the fat content in foods you eat daily to 30% of your total calories. Don’t try to lower your fat content to below 25%, since fat does play a vital role in carrying fat soluble vitamins and keeping you satisfied between meals.
Sodium content per serving should be 2300 milligrams or less per day. Some foods, like ham and other cured meats do have very high sodium content per serving. Limit these foods rather than eliminate them.

Cholesterol content should be 300 milligrams or less per day. It is easy to remember that 300 is the same as the number of calories per serving.
Fiber content will be listed in grams of dietary fiber. This amount will vary from product to product, but don’t necessarily shop for only the highest numbers you can find. Any amount of dietary fiber above two grams per serving is good. Foods with five grams of fiber or more are considered high fiber foods.

Sugar content is usually listed on cold cereal packages. A rule of thumb to follow is four grams of sugar equals one teaspoon of sugar. Limit sugars amounts in cereals to four grams, but if the cereal has fruit in it, relax the sugar content to eight grams per serving. Fruits usually contain about 60% fructose and 40% sucrose. If you were to eliminate all sugar, you would be eliminating fruits, which are a valuable source of nutrients and soluble fiber.
If you want to cut down on junk food, cut down your intake of salt, sugar, fat and refined foods. Choose your calories by the nutrient company they keep.

Source : http://www.dietitian.com/junkfood/html

Junk Foods

.

Eng 31201 Reading-Writing M.4
Name …………………………………………………………
Class ………………… No …………..
Part A : Vocabulary
Match the words in Column A with their correct meaning in Column B.

A B
……1. nutrition a. food, as potato chips or candy, that is high in calories but of little
nutritional value
……2. junk food b. nourishing; providing nourishment or nutriment. Or
a nutrient substance
……3. beverage c. any of the inorganic elements, as calcium, iron, magnesium,
potassium, or sodium, that are essential to the functioning of the
human body and are obtained from foods.
……4. mineral d. any potable liquid, esp. one other than water, as tea, coffee, beer, or
milk: The price of the meal includes a beverage.
……5. ingredient e. something that enters as an element into a mixture: Flour, eggs, and
sugar are the main ingredients in the cake.
……6. equivalent f. to prepare (meat, fish, etc.) for preservation by salting, drying, etc.
……7 cured g. equal in value, measure, force, effect, significance, etc.: His silence
is equivalent to an admission of guilt.
…….8. eliminate h. food containing a high amount of such carbohydrates, as whole grains, fruits, and vegetables.
.……9. cereal i. to remove or get rid of, esp. as being in some way undesirable: to
eliminate risks; to eliminate hunger.
……10. fiber j. any plant of the grass family yielding an edible grain, as wheat,
rye, oats, rice, or corn.

Part B: Questions
Answer the following questions briefly.
1. Why is junk food dangerous? (Understanding)
…………………………………………………………………………….
2. What is the proper amount of nutritional contents should we have per day? (Analyzing)
……………………………………………………………………………..
3. What diseases cause by junk food? (Analyzing)
………………………………………………………………………………
4. What local food is junk? (Evaluating)
……………………………………………………………………………….
5. How would people’s lives different if they could stop eating Junk Food? (Creating)
……………………………………………………………………………….

ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข้าพเจ้าได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
……………… ดีมาก
……………… ดี
……………… พอใช้
……………… ปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
…………………. ที่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม
…………………. ที่ไม่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอน ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
…………………….. นำไปใช้ได้จริง
…………………….. ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ………………………………………………………………
( )

แบบประเมินเพื่อการสะท้อนผลของการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา ……………………………………………………………………………………….ชั้น ……………………………………
หน่วยการเรียนรู้ที่ ……………………….. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ……………………………………………………..
ครูผู้สอน ………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………
คำชี้แจง: ให้บันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างการจัดการเรียนรู้ตามความเป็นจริง โดยเติมข้อความลงในช่องว่าง
1. ผลของการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. แนวทางในการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
เรื่อง สวยประหาร เวลา 4 ชั่วโมง
รายวิชา อ 31201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ชั้น ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
นางสาวิตรี ทัดพินิจ ครู ค.ศ. 3 โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อ. กระนวน จ. ขอนแก่น ผู้สอน
1.สาระสำคัญ:
อ่าน ค้นคว้า แสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ Whitening Cream แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น แล้วเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลทั้งในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์ต้องรู้จักใช้คำ ประโยค ข้อความและรูปแบบในการนำเสนอให้ถูกต้องเหมาะสม

2. ผลการเรียนรู้
1. อ่านข้อความ บทความ ข่าว แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นได้
2. เขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยาย อธิบาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ ประสบการณ์ ข่าว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมีเหตุผล
3. ค้นคว้า สืบค้น บันทึก สรุปและนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆได้อย่างสร้างสรรค์
2.1 จุดประสงค์ปลายทาง : นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถตีความ วิเคราะห์ บทอ่านเกี่ยวกับ
Whitening Cream และสามารถประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ได้

2.2 จุดประสงค์นำทาง :
2.2.1 ระบุใจความสำคัญ และรายละเอียดของเรื่อง Skin Lightening Cream: IS iT Safe To Use Them? ได้ถูกต้อง
2.2.2 สืบค้นและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับส่วนผสมที่ปลอดภัยและเป็นพิษที่อยู่ใน Skin lightening cream ได้
3. สาระการเรียนรู้:
3.1 บทอ่าน เรื่อง Skin Lightening Cream: IS iT Safe To Use Them?
3.2 ศัพท์ สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น lightening, popularity, porcelain, flawless, showcase, model, celebrity, mole, serum, complexion, chemical, nasty, industry, etc.
3.3 Verb can, passive voice
การบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ครบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
ความพอประมาณ : รู้จักใช้ Skin lightening cream ที่มีคุณค่าอย่างพอประมาณ ไม่มาก ไม่น้อย
จนเกินไป ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย แต่ได้ช่วยครอบครัวในการบริหารรายได้อย่างสมดุล
ความมีเหตุผล : รู้จักตัดสินใจเลือกใช้ Skin lightening cream ที่เหมาะสมกับวัย ปลอดภัย และ
ประหยัด
มีภูมิคุ้มกันที่ดี : มีการวางแผนการเลือกซื้อเครื่องอุปโภคอย่างเหมาะสม ปลอดภัยจากสารพิษ
ความรู้ : มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับส่วนผสมของ skin lightening cream ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
คุณธรรม : มีสติ วิเคราะห์ หลีกเลี่ยงเครื่องอุปโภคที่เป็นพิษต่อร่างกาย
4. การวัดผล /ประเมินผล
4.1 วิธีวัดผล
4.1.1 ตรวจใบงาน
4.1.2 ประเมินการนำเสนอส่วนผสมที่ปลอดภัยและเป็นพิษที่อยู่ใน Skin lightening cream ได้
4.2 เครื่องมือวัดผล
6.2.1 ใบงาน
6.2.2 แบบประเมินการนำเสนอ
4.3 เกณฑ์การวัด/ประเมินผล
4.3.1 ทำใบงานได้ถูกต้อง 80 %
4.3.2 นำเสนอเกี่ยวได้ในระดับ “ดี” ขึ้นไป
5. กิจกรรมการเรียนรู้
การตั้งคำถาม
5.1 ครูทักทายและทบทวนเกี่ยวกับหลักการอ่านเพื่อความเข้าใจที่เรียนมาแล้ว
5.2 นักเรียนสำรวจบทอ่านแล้วตอบคำถามต่อไปนี้
– What will you read about?
– Who wrote it?
– Can you do like the woman in the picture?
– What will you read about?
– Why is it important in your age?
5.3 นักเรียนทำแบบฝึก A ร่วมกันเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ โดยครูคอยเฉลยเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์ในบทอ่านที่นักเรียนยังไม่รู้
5.4 ครูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคที่สำคัญที่ช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทอ่านได้ดียิ่งขึ้น
5.5 นักเรียนและครูอ่านบทอ่านร่วมกันโดยใช้ คำถามในแบบฝึกหัด B และแผนที่ความคิดในการสรุปใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า
5.6 นักเรียนและครูร่วมกันรวบรวมสิ่งที่นักเรียนได้จากบทอ่าน และตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Skin lightening cream แล้วเลือกคำถามที่น่าสนใจที่สุดมาทำวิจัย
ขั้นเตรียมการค้นหาคำตอบ
5.7 นักเรียนกลุ่มเดิม ประชุมวางแผนหาแหล่งเรียนรู้เพื่อหาคำตอบ แล้วอภิปรายร่วมกับกลุ่มใหญ่
5.8 นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปวิธีการในการค้นหาคำตอบของกลุ่มตนเองลงในใบงาน “แหล่งค้นหาเรียนรู้”
5.9 แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนในการนำเสนอเกี่ยวกับ สิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Skin lightening cream โดยกำหนดเป้าหมายของงาน มอบหมายงาน กำหนดรูปแบบการนำเสนอ เน้นการประหยัด มีคุณค่า ส่งเสริมวินัยในการบริโภคที่ถูกต้อง มีเหตุผล และนำมาใช้ในชีวิตของนักเรียนได้จริงพร้อมจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานลงในใบงาน “เราจะทำอย่างไร” นำเสนอต่อกลุ่มใหญ่และครูเพื่อให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม

ขั้นดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ
5.10 หัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มรายงานความก้าวหน้าต่อครูเป็นระยะ ๆ ปฏิทินปฏิบัติงานนอกเวลาตามที่กำหนดในปฏิทิน
ขั้นสรุปและนำเสนอการศึกษา
5.11 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อค้นพบของกลุ่มตนเองให้กลุ่มใหญ่ และครูวิพากษ์วิจารณ์ แล้วแต่ละกลุ่มนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง
5.11 แต่ละกลุ่มจัดทำผลงานนำเสนอข้อค้นพบของตนเองแล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียนเพี่อให้เพื่อนและครูช่วยกันประเมิน
5.12 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมจากการเรียนรู้ทุกกิจกรรมเรียงตามลำดับ ให้เชื่อมโยงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy:

5. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
5,1 Sheet 1 : Skin Lightening Cream:
5.2 Worksheet 1 : IS iT Safe To Use Them?
5.3 Worksheet 2 : IS iT Safe To Use Them?
5.4 แหล่งเรียนรู้: internet, ร้านค้าในชุมชน

Skin Lightening Cream: IS iT Safe To Use Them?
By: Melissa Snyte
The use of skin lightening creams is growing in popularity, specifically because the beauty of having white, porcelain-looking and flawless skin is showcased by tons of models and celebrities. Skin lightening creams are either used to lighten a small area of the body including moles, dark underarms and age spots, or as a full body serum to have an overall lighter skin complexion. However, chemical lightening creams are a nasty industry.
Nasty in the sense that choosing the right product is tricky— a decision that can either make you feel good about yourself, or break your spirit. You must not only rely on the product’s appealing packaging, discounted price, definitely not the charming ads or endorsers. Instead, give importance to the safety of ingredients and probable health risks associated with these ingredients.

The Hazards of Chemical Skin Lightening Creams
Hydroquinone skin whitening cream was once recognized as the most effective chemical whitening ingredient and was typically prescribed by dermatologists. But after further studies, this most-sought skin whitening miracle has been tightly restricted in the United states as skin care product while has been banned for use in the UK. Hydroquinone inhibits the production of melanin but it has also been associated with skin irritation, skin disfiguration and even suspected as a carcinogen that can cause cancer. Other skin lightening creams can be deceiving as well, and this deceit can cause serious problems not only to the skin, but the entire body. The use of toxic chemicals such as steroids and mercury can cause dangerous side effects.
What to Do?
Check the Labels
It is crucial to know the safe and right ingredients of any skin whitening cream of your choice. Word of mouth recommendation and doing some legwork by browsing through the product’s feed backs and testimonials can be helpful, but this option has limitations.If ideas are clashing and make you more confuse than ever, go straight to the label of your desired product and check the ingredients. Make sure that the skin lightening cream you are using does not contain toxic chemicals like steroids, mercury and hydroquinone.
Know Which Ingredients Are Safe
Kojic Acid, Alpha-Arbutin, Lactic Acid and Extrapone Nutgrass Root are just some of the best examples of proven safe and effective active ingredients you can find in skin lightening creams. Additionally, Coenzyme Q10 is a power antioxidant that aids in rejuvenating the skin and increasing the production of new skin cells. It provides a glowing complexion and even skin tone.
Avoid Sun Exposure
Of course, the basic knowledge of taking extra precaution against the harsh sun applies. Sun exposure must be avoided because skin whitening properties reduces the melanin, making your skin more sensitive to the sun.Basically, skin lightening creams are safe to use, provided that you know what hints to look for. Achieve good results without risking your skin and health to the dangerous side effects of ruthless chemicals. Find a trusted brand to put to the test and discover which skin lightening solution is truly safe, effective and a perfect match to your skin.
http://www.thebeautyinsiders.com/skin-lightening-creams-is-it-safe-to-use-them.html
Eng 31201 Reading-Writing 1 Collected by Sawitree Tadpinij SKW.

Eng 31201 Reading-Writing M.4
Name …………………………………………………………
Class ………………… No …………..

Part A : Vocabulary
Match the words in Column A with their correct meaning in Column B.

A B
1. mole a. advise or order the use of
2. nasty b. make ready, do what is necessary
3. risk c. care taken in advance to avoid a risk
4. prescribe d. natural colour, appearance of the skin
5. miracle e. stern, cruel, severe
6. mercury f. heavy, silver metal
7. provide g. possibility or chance of meeting danger
8. complexion h. act or event which does not follow the known law of nature
9. precaution i permanent small dark mark on the human skin
10. harsh j dirty, distinguishing: unpleasant

Part B: Questions
Answer the following questions briefly.
1. Why is skin lightening cream popular? (Understanding)
2. According to the article skin lightening cream industry is good or bad? (Analyzing)
3. What is the difference between safe and dangerous skin lightening cream? (Remembering)
4. What can you infer from the passage? (Analyzing)
5. Base on local wisdom, what local herbs can you use as skin lightening cream ingredient? (Creating)

ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข้าพเจ้าได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้
5. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
……………… ดีมาก
……………… ดี
……………… พอใช้
……………… ปรับปรุง
6. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
…………………. ที่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม
…………………. ที่ไม่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอน ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
7. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
…………………….. นำไปใช้ได้จริง
…………………….. ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
8. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ………………………………………………………………
( )

แบบประเมินเพื่อการสะท้อนผลของการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา ……………………………………………………………………………………….ชั้น ……………………………………
หน่วยการเรียนรู้ที่ ……………………….. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ……………………………………………………..
ครูผู้สอน ………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………

คำชี้แจง: ให้บันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างการจัดการเรียนรู้ตามความเป็นจริง โดยเติมข้อความลงในช่องว่าง

1. ผลของการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. แนวทางในการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
เรื่อง แบบบางหรือเปราะบาง เวลา 4 ชั่วโมง
รายวิชา อ 31201 ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน ชั้น ม.4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
นางสาวิตรี ทัดพินิจ ครู ค.ศ. 3 โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม อ. กระนวน จ. ขอนแก่น ผู้สอน
1.สาระสำคัญ:
อ่าน ค้นคว้า แสวงหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มลดน้ำหนัก แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น แล้วเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลทั้งในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างสร้างสรรค์ต้องรู้จักใช้คำ ประโยค ข้อความและรูปแบบในการนำเสนอให้ถูกต้องเหมาะสม

2. ผลการเรียนรู้
1. อ่านข้อความ บทความ ข่าว แล้วบอกรายละเอียด สรุปใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นได้
2. เขียนโต้ตอบข้อมูล บรรยาย อธิบาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวต่าง ๆ ประสบการณ์ ข่าว สถานการณ์ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมอย่างมีเหตุผล
3. ค้นคว้า สืบค้น บันทึก สรุปและนำเสนอเกี่ยวกับข้อมูลที่สนใจจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆได้อย่างสร้างสรรค์
2.1 จุดประสงค์ปลายทาง : นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถตีความ วิเคราะห์ บทอ่านเกี่ยวกับ
เครื่องดื่มลดน้ำหนัก และสามารถประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ได้
2.2 จุดประสงค์นำทาง :
2.2.1 ระบุใจความสำคัญ และรายละเอียดของเรื่อง Is Diet Soda Dangerous? The Truth About The No-Calorie Drink
2.2.2 สืบค้นและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มลดความอ้วนได้
3. สาระการเรียนรู้:
3.1 บทอ่าน เรื่อง Is Diet Soda Dangerous? The Truth About The No-Calorie Drink
3.2 ศัพท์ สำนวน ที่เกี่ยวข้อง เช่น consume, contain, regular, suggest, harmful, digest, risk, associate, sweetener, etc.
3.3 Grammar: connectors
การบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ครบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
การบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ครบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข)
ความพอประมาณ : รู้จักใช้ diet drink ที่มีคุณค่าอย่างพอประมาณ ไม่มาก ไม่น้อย
จนเกินไป ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย แต่ได้ช่วยครอบครัวในการบริหารรายได้อย่างสมดุล
ความมีเหตุผล : รู้จักตัดสินใจเลือกใช้ diet drink ที่เหมาะสมกับวัย ปลอดภัย และ
ประหยัด
มีภูมิคุ้มกันที่ดี : มีการวางแผนการเลือกซื้อเครื่องอุปโภคอย่างเหมาะสม ปลอดภัยจากสารพิษ
ความรู้ : มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับส่วนผสมของ diet drink ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
คุณธรรม : มีสติ วิเคราะห์ หลีกเลี่ยงเครื่องอุปโภคที่เป็นพิษต่อร่างกาย
4. การวัดผล /ประเมินผล
4.1 วิธีวัดผล
4.1.1 ตรวจใบงาน
4.1.2 ประเมินการนำเสนอเกี่ยวกับเครื่องดื่มลดน้ำหนัก
4.2 เครื่องมือวัดผล
6.2.1 ใบงาน
6.2.2 แบบประเมินการนำเสนอ
4.3 เกณฑ์การวัด/ประเมินผล
4.3.1 ใบงานที่ 1-4
4.3.2 นำเสนอเกี่ยวกับเครื่องดื่มลดน้ำหนัก ได้ในระดับ “ดี” ขึ้นไป
5. กิจกรรมการเรียนรู้
การตั้งคำถาม
5.1 ครูทักทายและทบทวนเกี่ยวกับหลักการอ่านเพื่อความเข้าใจที่เรียนมาแล้ว
5.2 นักเรียนสำรวจบทอ่านแล้วตอบคำถามต่อไปนี้
– What will you read about?
– Who wrote it?
– Can you do like the woman in the picture?
– What will you read about ?
– Why is it important in your age?
5.3 นักเรียนทำแบบฝึก A ร่วมกันเพื่อเรียนรู้คำศัพท์ โดยครูคอยเฉลยเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์ในบทอ่านที่นักเรียนยังไม่รู้
5.4 ครูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคที่สำคัญที่ช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทอ่านได้ดียิ่งขึ้น
5.5 นักเรียนและครูอ่านบทอ่านร่วมกันโดยใช้ คำถามในแบบฝึกหัด B และแผนที่ความคิดในการสรุปใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า
5.6 นักเรียนและครูร่วมกันรวบรวมสิ่งที่นักเรียนได้จากบทอ่าน และตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Diet drinks แล้วเลือกคำถามที่น่าสนใจที่สุดมาทำวิจัย
ขั้นเตรียมการค้นหาคำตอบ
5.7 นักเรียนกลุ่มเดิม ประชุมวางแผนหาแหล่งเรียนรู้เพื่อหาคำตอบ แล้วอภิปรายร่วมกับกลุ่มใหญ่
5.8 นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปวิธีการในการค้นหาคำตอบของกลุ่มตนเองลงในใบงาน “แหล่งค้นหาเรียนรู้”
5.9 แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผนในการนำเสนอเกี่ยวกับ สิ่งที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับภัยร้ายใน Diet Soda โดยกำหนดเป้าหมายของงาน มอบหมายงาน กำหนดรูปแบบการนำเสนอ เน้นการประหยัด มีคุณค่า ส่งเสริมวินัยในการบริโภคที่ถูกต้อง มีเหตุผล และนำมาใช้ในชีวิตของนักเรียนได้จริงพร้อมจัดทำปฏิทินการปฏิบัติงานลงในใบงาน “เราจะทำอย่างไร” นำเสนอต่อกลุ่มใหญ่และครูเพื่อให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม

ขั้นดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ
5.10 หัวหน้ากลุ่มแต่ละกลุ่มรายงานความก้าวหน้าต่อครูเป็นระยะ ๆ ปฏิทินปฏิบัติงานนอกเวลาตามที่กำหนดในปฏิทิน
ขั้นสรุปและนำเสนอการศึกษา
5.11 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อค้นพบของกลุ่มตนเองให้กลุ่มใหญ่ และครูวิพากษ์วิจารณ์ แล้วแต่ละกลุ่มนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุง
5.11 แต่ละกลุ่มจัดทำผลงานนำเสนอข้อค้นพบของตนเองแล้วนำเสนอหน้าชั้นเรียนเพี่อให้เพื่อนและครูช่วยกันประเมิน
5.12 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมจากการเรียนรู้ทุกกิจกรรมเรียงตามลำดับ ให้เชื่อมโยงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy:

5. สื่อ / แหล่งเรียนรู้
5.1 Sheet 1 : Is Diet Soda Dangerous? The Truth About The No-Calorie Drink
5.2 Worksheet 1 : Is Diet Soda Dangerous? The Truth About The No-Calorie Drink
5.3 Worksheet 2 : Is Diet Soda Dangerous? The Truth About The No-Calorie Drink
5.4 แหล่งเรียนรู้: ห้องสมุดโรงเรียน, ชุมชน, ผู้ปกครองนักเรียน

Is Diet Soda Dangerous? The Truth about the No-Calorie Drink

Article by CamillaPeters (1,158 pts )
Published on Mar 8, 2011
Comment on this article
RSS
One of the easiest ways to reduce the amount of calories you consume a day is by switching to diet sodas. These sodas contain no calories, unlike their regular non-diet version, which often has around 150 calories per can. But can they be dangerous?
Ads by Google
Original Green coffee 800
For Healthy Weight loss special
offers for retail and wholesale
http://www.green-coffee-800.com
Nutrition Pre-Degree Dip
Distance learning & attendance
part-time nutrition courses
http://www.bcnh.co.uk
Beneficial Herbal Teas
Cholesterol Lowering, Dieter’s Tea
Free Box Green Tea w/ $20 purchase
http://www.teastohealth.com
One of the easiest ways to reduce the amount of calories you consume a day is by switching to diet sodas. These sodas contain no calories, unlike their regular non-diet version, which often has around 150 calories per can. However, the issue with diet sodas is that some studies suggest that this no-calorie drink is harmful and produces dangerous side effects.

Difference between Regular and Diet Soda
There is one main difference that sets diet soda apart from its regular non-diet version: aspartame. Aspartame is used as a sweetener, and does not contain any calories, unlike the sugar that is used in regular soda. Aspartame contains the essential amino acid phenylalanine. For someone who suffers from the genetic disorder phenylketonuria, or PKU, aspartame can cause damage to the central nervous system as well as mental damage. This is because people who suffer from PKU cannot break down phenylalanine in their body. Side effects associated with diet soda and PKU include symptoms similar to multiple sclerosis, menstrual problems, dizziness and headaches.

Allergic Reaction, Diabetes and Metabolic Syndrome
According to Dr. Mehmit Oz, the maximum amount of diet soda that a person should consume in a day is two 12-oz. cans. However, those with PKU or who are allergic to aspartame should avoid this type of drink completely. According to a 1986 article in the “New York Times,” immunologist Anthony Kulczycki, M.D. reported that two of his patients experienced an allergic reaction after consuming aspartame. The article stated that the patients had consumed three diet sodas that contained aspartame and both experienced hives and difficulty breathing.
Although a small consumption of diet soda is not harmful for the average person, diet soda does carry some risks. According to the American Diabetic Association, a study completed in 2009 by Jennifer A. Nettleton on 6,800 individuals showed that the risk for developing metabolic syndrome and type 2 diabetes increases when a person consumes diet soda. In fact, the study showed that a person who consumes one diet soda a day has a 36-percent chance of developing symptoms of metabolic syndrome, which includes high glucose levels and a large waist measurement. It also showed that a person has a 67 percent increased chance of developing type 2 diabetes.

Diet Soda and Embalming Fluid: Myth or Fact?
For years, the rumor has floated around that diet soda contains embalming fluid. Embalming fluid is formaldehyde, which is used to preserve the body after death. When aspartame is absorbed by the body and processed in the liver, it begins to convert into phenylalanine, aspartic acid and methanol, according to a study completed in 2008 by Nimer Assy, et al., and published in the October 2008 edition of the “Canadian Journal of Gastroenterology.” The methanol produced is then converted into formaldehyde. Formaldehyde, when present in large amounts, causes damage to the cells and organs of the body.

Diet Sodas without Aspartame
Although aspartame is used in most diet sodas, a few that contain alternative sweeteners are available. For instance, Diet Coke with Splenda contains no aspartame. However, Splenda, which is made of sucralose, carries its own set of dangers. According to a study conducted by Y. F. Sasaki and published in the August 2002 “Journal of Mutation Research,” high amounts of sucralose caused damage to the DNA in the gastrointestinal organs of mice. Another study conducted by Rajendrakumar M. Patel from the Mercer University School of Medicine and published in the August 2006 edition of “Headache: Journal of Head and Face Pain” stated that sucralose may trigger migraines.

Recommendations
Always consult your physician before making any changes to your diet. If you experience strange symptoms such as hives or difficulty breathing after consuming diet soda, consult your physician or your local hospital.

Read more: http://www.brighthub.com/hubfolio/camilla-peters/articles/109438.aspx#ixzz1Kc4tfFC1
Submitted by George Spellwin on December 2, 2010 – 12:22pm. Tags:

Eng 31201 Reading-Writing M.4
Name …………………………………………………………
Class ………………… No …………..

Part A : Vocabulary
Match the words in Column A with their correct meaning in Column B.

A B
1. regular a. feel or have pain, loss
2. consume b. possibility or chance of meeting danger
3. diet c. make less, decrease
4. reduce d. being unusually sensitive to particular foods, kind of pollen, insect stings, etc.
5. embalmed e. explanations of natural event
6. suffer f. change in the body’s condition that indicate illness
7. allergic g. coming, happening, done again and again
8. risk h. eat or drink
9. symptom i. restrict, be restricted
10. myth j. prevent from decaying by using spices chemical

Part B: Questions
Answer the following questions briefly.
1. What should you reduce if you are on diet? (Understanding)
2. Why is diet soda more dangerous than regular soda? (Remembering)
3. Is diet soda without Aspartame safe? Why or why not? (Analyzing)
4. How can you get the information of other safe diet drinks? (Applying)
5. What local herbal drinking water can you drink instead of diet soda? (Creating)

ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ข้าพเจ้าได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้วมีความคิดเห็นดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
……………… ดีมาก
……………… ดี
……………… พอใช้
……………… ปรับปรุง
2. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
…………………. ที่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม
…………………. ที่ไม่นำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการเรียนการสอน ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
…………………….. นำไปใช้ได้จริง
…………………….. ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชื่อ ………………………………………………………………
( )

แบบประเมินเพื่อการสะท้อนผลของการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา ……………………………………………………………………………………….ชั้น ……………………………………
หน่วยการเรียนรู้ที่ ……………………….. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ……………………………………………………..
ครูผู้สอน ………………………………………………………………. โรงเรียน ……………………………………………………

คำชี้แจง: ให้บันทึกข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างการจัดการเรียนรู้ตามความเป็นจริง โดยเติมข้อความลงในช่องว่าง
1. ผลของการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3ปัญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. แนวทางในการพัฒนา/ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
Test:
Eng 31201 Reading – Writing Mattayomsuksa 4
Read the following article and choose the best answer of each questions below the article by circle choice a, b, c
or d.

What is junk food?
Junk food is lollies, soft drink,
potato chips, hot chips, ice cream,
and hamburgers, hot dogs and
other kinds of take away food.
What’s wrong with junk food?
Too much fat! Junk foods such as hamburgers, pizza, fried chicken and chips usually contain loads of saturated fats. Too much saturated fat in the diet will cause people to put on weight and get fat or obese (very fat). Being overweight is a risk to the health of the heart and can cause other diseases.
Too much salt! Junks foods often have too much salt. There’s a lot of salt already in foods such as bread, breakfast cereals and biscuits and cakes. So people are getting more salt than they need when they eat junk food. Too much salt is unhealthy for the heart.
Too much sugar! Soft drinks, cordials, biscuits, cakes and lollies all have loads of sugar. That’s what makes them taste so good! But too much sugar makes people fat, rots the teeth, is bad for the blood and may cause other diseases.
Should people eat junk food?
Junk food does have some of the good things that the body needs for good health. And the body needs some salt, fat and sugar for energy to burn while we work and play. However too much fat, sugar and salt is bad for our health and eating lots of junk food will overload your body with these things.
It is probably OK to eat junk food sometimes! But people should look for foods that are low in fats and salt and sugar. Choose grilled fish and chicken rather than fried, fish burgers instead of beef, grilled lean beef burgers, and vegetarian pizza and pizza with seafood instead of fatty meat type pizza.
Eat lots of fresh foods, healthy foods most of the time. Choose to eat junk food only now and again.
Junk Food (2005). [Online], Available:www.kidcyber.com.au
1. Which one is “Junk food”? (Understanding)
a. mushroom soup with fresh vegetables
b. pizza topping with spinach and low fat salad cream
c. fish rice soup
d. dry beef and salted fish
e. grilled chicken with papaya salad
2. From the passage which group of people should eliminate junk food?
a. 12-18 year of age b. 20-35 year of age
b. 40 -60 years of age d. under 12
d. no need for everyone
3. What is the main idea of the passage?
a. Salt fat and sugar is dangerous for help.
b. Teenager should stop eating Junk food?
c. People should avoid food that high in salt fat and sugar.
d. There is only danger in Junk food.
e. Junk Food causes many problems now.

4. Which disease is not side effect of Junk food?
a. kidney failure b. diabetes
c. high blood cholesterol d. stroke
e. paralyze
5. What might happen if teenagers addict to Junk Food? (Synthesize/Creativity)
a. National Health Service costs might be getting higher and higher.
b. The percentage of rising tide diseases caused by junk food might reduce.
c. The race of Junk food vendors might be higher.
d. Teenagers might behave badly.
e. The rate of the disabled is growing quickly.
The Harmful Effect of Whitening Cream
September 26, 2006 http://www.docgerrytan.com
Can’t help it but overheard 2 ladies in the airport lounge while on the way to Manila for a lecture yesterday talking about how her skin became so white! I thought of asking these ladies to be careful because recently The Food and Drug Administration proposed a ban on over-the-counter sales of skin-lightening products, saying possible health risks cannot justify their being sold without a prescription.
You can see these creams being marketed on TV or radio and at present there are now 135 products being sold as bleaching creams. What the public is unaware of is that these creams have been linked to possible side effects. Specifically careful with creams that contain a drug called hydroquinone. This substance is a possible carcinogen that has been researched to cause cancer in rodents as well as linked to a skin-disfiguring condition called ochronosis that results in darkening and thickening of the skin with occasional grayish spots. While the actual risk of the drug is unknown, the US FDA expressed that the products should be restricted to prescription use under medical supervision.
It is to be recalled that in 1990, the FDA also declared another skin-bleaching drug ammoniated mercury as unsafe.
The NIH website mentions that under the proposed FDA rule, “all skin-bleaching products — prescription and over-the-counter — would be considered new drugs. Manufacturers would have to seek FDA approval to sell them, and only then with a doctor’s note.”
So my friends… who are into vanity and skin whitening regimen…it’s about time for you to take a second look at those creams and reconsider and weigh the risks and benefits you’ll get from using them!
Protect Your Skin From Harm!
6. How the two ladies feel about her skin?
a. They are disappointed with their skin.
b. Their skin is getting worse after using lightening cream.
c. They appreciate with their lightening cream.
d. They remind each other not to use it again.
e. They want to persuade the writer to use it.
7. Which product do think might be bought without prescription in US? (Applying)
a. dairy product b. moisturizer
c. cosmetics d. enrichment products
e. medicine

8. Apart from hydroquinone what substance is prohibited ingredient?
a. ginger b. lemon grass
c. turmeric d. camphor tree
e. mercury
9. Who may not concern with approval of skin lightening
selling?
a. National Institute of Health b. Physicians
c. Dermatologist d. Food and Drug Administration
e. Doctors
10. What does the writer want to communicate?
a. Everyone should think again about a decision in order to decide whether you should change the product.
b. People take a risk of using all skin lightening product.
c. It’s good to buy skin lightening product prescribed by doctor only.
d. The public have known about side effects of skin whitening cream already.
e. Nowadays many people suffer from skin whitening cream.

Diet Coke and Pepsi Drinkers, Read This:
Diet Coke or Not?

Please read this!!!! In October of 2001, my sister started getting very sick, she had stomach spasms, she was having a hard time getting around, to walk was a major chore. It took everything she had just to get out of bed, she was in so much pain. By March 2002, she had undergone biopsies, and was on 24 various prescription medications. The doctors could not figure out what was wrong with her. She was in so much pain, and so sick, she knew she was dying.
She put her house, bank accounts, life insurance, etc., in her oldest daughters name, and made sure her younger children were to be with her oldest daughter. She wanted her last hooray, so she planned a trip to FL (basically in a wheelchair) for March 22nd.
On March 19th I called her to ask her how one of her tests went, and she said they didn’t find anything on the test, but they believe she had MS. I thought, oh, my…. then I recalled an article a friend of mine emailed to me… and I asked her…. Do you drink Diet pop? She told me yes, as a matter of fact she was getting ready to crack one open that moment, I told her not to open it, and stop drinking the diet pop… and I emailed her the following article.
She called me within 32 hours after our phone conversation and told me she stopped drinking the diet pop, and she can walk… she went up the stairs, and the muscle spasms went away. She said she didn’t feel 100% but sure felt a lot better. She told me she was going to her doctors with this article and would call me back when she got home.
She called me, and her doctor was amazed, he is going to call all of his MS patients to find out if they consumed artificial sweetener. In a nutshell, she was being poisoned by the aspartame in the diet soda, dying a slow death.
When she got to FL March 22nd, all she had to take was one pill, and that was a pill for poisoning… she is well on her way to recovery…..and she is walking!!!!! No wheelchair!!!! This article saved her life!!!!
11. You can infer from the passage that the woman is ………………………….
a. optimistic b. embarrassed
c. depress d. cautious
e. crazy
12. It is implied in the article that the woman…………………
a. discovered from suffering by drinking Diet pop
b. discovered from suffering after 24 various prescription medications
c. discovered from suffering on March 21st
d. took a lot of medicine in Florida.
e. was informed about her disease from the doctors.
13. What is the article the writer sent to the woman about?
a. aspartame b. artificial sweetener danger
c. Diet Pop Danger d. how to recover from spasms
d. The miracle disease
14. Why do they use artificial sweetener in diet drinks?
a. It’s cheaper and sweeter than sugar b. It’s sweet with fewer calories
c. It’s less sweet and less calories d. It is used less than sugar
e. To reduce cost of drinks
15. What is the best title of this story?
a. The Miracle of Diet Pop b. The Side Effect of Diet Pop
c. The Miraculous Disease d. The Hazard Aspartame
e. How to Cure Spasms

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: